กรมศุลกากรตรวจยึดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและยางรถยนต์ใช้แล้ว มูลค่ากว่า 7.6 ล้านบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กำหนดนโยบายมุ่งปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย
ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตของประชาชน โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง 

กรมศุลกากรจึงขานรับนโยบายโดยเร่งดำเนินการตรวจสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศทุกช่องทางอย่างเคร่งครัด 
พร้อมเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องตรวจตราตามเส้นทางธรรมชาติซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย

 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรแม่สอด สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 และกองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกันตรวจสอบเขตปลอดอากรแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรวจสอบพบ ยางอะไหล่รถยนต์ใช้แล้ว จำนวน 7,600 เส้น และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไม่มีเอกสารหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร มูลค่ากว่า 7,600,000 บาท
 กรณีดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอก
และการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ยางรถใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2568

 อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจยึดสินค้าที่ลักลอบนำเข้าเขตปลอดอากรในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์การหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร โดยอาศัยสิทธิประโยชน์ของเขตปลอดอากรเพื่อหลบเลี่ยง
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ กรมศุลกากรจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล และเฝ้าระวังการนำสินค้าเข้า–ออกเขตปลอดอากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจ
ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมของประเทศ
ใหม่กว่า เก่ากว่า